สวัสดีเสมอ


Dr. Punya – Stock Comments 15 Mar 2009
เมษายน 4, 2009, 10:01 pm
Filed under: Uncategorized

15 มีค.2552 …… กบข.เล่นหุ้นเป็นหรือเปล่า?

ข่าวตอนแรกมีออกมาว่า กบข.ขาดทุนหุ้นใป 74,000 ล้านบาท ข่าวต่อมาบอกว่าไม่ใช่ มันเป็นแค่การขาดทุนกำไรไป 16,000 ล้านบาท ข่าวต่อมาบอกว่า ไม่มีความเสียหายใดๆ มันเป็นแค่การปรับพอร์ตและการลงบัญชีเท่านั้น

ครับ, มันเป็นข่าวที่สับสน และทำให้เกิดคำถามว่า กบข.เล่นหุ้นเป็นหรือเปล่า? เรื่องนี้วิเคราะห์ได้ไม่ยาก คือดูจากข่าวของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันที่ 14 มีนาคม 2552 ก็พอ ในข่าวดังกล่าวนั้นเขามีชาร์ทแสดงสัดส่วนของการลงทุน กับตารางหุ้นที่ กบข.ถืออยู่ กบข.ลงทุนเป็นหุ้นในประเทศและต่างประเทศ 7.00% และ 9.07% ตามลำดับ และถือกองทุนอื่นๆที่อาจมีการถือหุ้นในประเทศและต่างประเทศอีกนิดหน่อย ซึ่งไม่น่าจะมีผลมากนัก ดูตามนี้ก็จะเห็นได้ว่า กบข.ไม่ได้โหมไปเล่นหุ้นมากมายอะไร มันเป็นสัดส่วนที่เป็นไปตามตำราในยุคปัจจุบัน ส่วนเรื่องตัวหุ้นนั้น เมื่อกวาดสายตาดู มันก็เป็นหุ้นที่ดีๆทั้งนั้น กบข.ถือหุ้นไทยอยู่ 29 ตัว เช่น SCC, BAY, PSL, PTTEP, MINT, TTA, MARKO, BANPU, TCAP, BBL…และหุ้นเหล่านี้ก็ขาดทุนไปประมาณ 40-60 เปอร์เซนต์ ซึ่งเท่าๆกับหุ้นอื่นๆและการลดลงของดัชนี

ครับ, ใครที่กำลังโจมตี กบข. และไปชี้ชวนให้ข้าราชการที่เป็นเจ้าของเงินไปฟ้องศาลนั้น ผมเห็นว่าควรหยุดพูดได้แล้ว คุณไม่มีทางเอาผิดกับผู้บริหารได้เลย เขาทำตามตำราในยุคปัจจุบัน และเขาได้รับอนุมัติจากบอร์ดในเรื่องสัดส่วนการลงทุน และชนิดของหุ้นไว้แล้ว แต่….มันน่าเสียดาย ที่บอร์ดและผู้บริหารของ กบข.ยังตามไม่ทันเทคโนโลยีทางด้านนี้

เรื่องนี้ ถ้าให้ผมบริหาร ผมจะไม่ทำให้ขาดทุน และเวลากำไรก็จะกำไรมากกว่าที่ กบข.ทำไว้

หลักการสำคัญของการเล่นหุ้นก็คือ ราคาหุ้นนั้นมีการขึ้นลงเป็นไซเคิลระยะยาวประมาณ 11 ปีอยู่ด้วย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมค้นพบมาประมาณ 12 ปีแล้ว ผมเรียกมันว่า คลื่นเศรษฐกิจ

คลื่นอันนี้มันไปสูงสุดที่ 1700 จุด เมื่อต้นปี 2537 แล้วก็ลงไปต่ำสุดที่ 207 เมื่อปลายปี 2541 แล้วก็กลับมาสูงสุดที่ 915 จุด เมื่อปลายปี 2550 ดังนั้นผมจึงได้หยุดการเล่นหุ้นมา 2 ปีแล้ว ผมรู้ว่า จากปี 2550 ถึง 2555 หุ้นจะเป็นขาลง และมันก็เป็นดังคาด

ครับ, ทางด้านอัตรากำไรนั้น ผมทำได้ดังนี้

ปี 2543=16.54%

ปี 2544=0.00%

ปี 2545=28.76%

ปี 2546=0.00%

ปี 2547=12.17%

ปี 2548=7.46%

ปี 2549=11.21%

อัตรากำไรโดยเฉลี่ย=12.70% (ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของรายปี เพราะการลงทุนในแต่ละปีไม่เท่ากัน)

การที่ผมไม่ได้เล่นในปี 2544 และ 2546 นั้นเพราะในตอนนั้นผมยังไม่สนใจเท่าใดนัก แต่เมื่อผ่านไปแล้วก็มาเสียดาย เพราะเป็นช่วงเวลาที่คลื่นเศรษฐกิจมันวิ่งขึ้นมาอย่างแรง อัตรากำไรน่าจะสูง

ครับ, กบข.นั้นยังใช้ความรู้เรื่องตลาดหุ้นในระดับทั่วๆไป ใช้ตำราที่เขียนไว้กว่า 10 ปีแล้ว ตำราพวกนี้เชื่อว่า ซื้อหุ้นที่ดีๆเอาไว้ แล้วกินปันผลไปเรื่อยๆ เวลาหุ้นราคาตกก็ยังถือเอาไว้ และหวังว่าราคาจะกลับขึ้นมาในระยะยาว ผลการบริหารกองทุนจึงมีทั้งได้และเสีย และในยามที่ราคาหุ้นตก มันก็จะแสดงตัวเลขขาดทุนที่เด่นชัด การที่จะมาชี้แจงว่าขาดทุนกำไร หรือเป็นเรื่องของการปรับตัวเลขทางบัญชีนั้น เป็นเรื่องเข้าใจได้ยาก ทางที่ดี กบข.ควรปรับความรู้ และปรับวิธีเล่นหุ้น เรื่องที่เกี่ยวกับลูกคลื่นเศรษฐกิจนี้มีอยู่ในตำราที่ชื่อว่า “มาเล่นหุ้นให้รวยกันเถอะ” ซึ่งผมเขียนและตีพิมพ์ออกมาเมื่อปี 2545 ในราคาเล่มละ 165 บาทเท่านั้น ครับ, เงินแค่ 165 บาท อาจช่วยเพิ่มกำไรให้ท่านได้เป็นหมื่นล้านบาท นะครับ ……………..

Note: ตำรา “รวมบทความด้าน CIO(Chief Information Officer)” ของอาจารย์ ดร.ปัญญา เปรมปรีดิ์ ออกวางตลาดไปสองเดือนแล้ว

หาซื้อได้ที่ร้าน ซีเอ็ด และร้านทั่วๆไป ไปช้าอาจต้องรอพิมพ์ครั้งที่ 2

เล่มที่สอง ที่ชื่อว่า “e-strategies” ก็ออกแล้ว หาซื้อได้ที่ร้าน ซีเอ็ด และร้านทั่วๆไป

ส่วนตำรา “มาเล่นหุ้น-ให้รวย-กันเถอะ” วางตลาดแล้ว ดูที่ร้านซีเอ็ด ตอนนี้พิมพ์เป็นครั้งที่ 6

ขอขอบคุณทุกท่านที่ไปอุดหนุน หนังสือเพื่ออ่านเล่นๆ ชื่อ “แม่รวยสอนลูกรวย” ออกวางตลาดแล้วนะครับ …………………………..

(excerpted from http://www.drpunya.com)


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: