สวัสดีเสมอ


ก้าวไกลวิสัยทัศน์ : ความบกพร่องในการแบ่งปันความรู้
สิงหาคม 25, 2008, 11:03 pm
Filed under: Uncategorized

ทัศนะวิจารณ์

ดร.บวร ปภัสราทร
26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 07:00:00
ก้าวไกลวิสัยทัศน์ : ความบกพร่องในการแบ่งปันความรู้

ตามปกติแล้วเวลาที่ผู้คนจะบอกกล่าวเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างกัน ต้องตกลงกันในเรื่องสำคัญสามประการด้วยกันคือ ประการแรก จะบอกกล่าวกันผ่านช่องทางใด

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ถ้าอยู่ใกล้ ๆ กันก็ใช้เสียงพูดคุยบอกกล่าวกันได้โดยตรง  ถ้าอยู่ไกลกันก็ใช้รูปภาพที่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นเป็นช่องทางในการบอกกล่าวเรื่องต่าง ๆ ให้ได้ทราบทั่วกัน  ถ้าอยู่ไกลกันมาก ๆ ก็ต้องตกลงกันก่อนว่าจะใช้ระบบโทรคมนาคมใดเป็นช่องทางในการบอกกล่าวระหว่างกัน 

เมื่อตกลงกันในเรื่องช่องทางที่จะใช้ได้แล้วก็ต้องมาตกลงกันในเรื่องของภาษาที่จะใช้บอกกล่าวระหว่างกัน  ถ้าเป็นคนในบ้านเมืองเดียวกันที่พูดจาภาษาเดียวกันก็ตกลงกันได้เกือบจะทันที  ถ้าอยู่ในเมืองไทย จะบอกกล่าวอะไรกันก็ต้องใช้ภาษาไทย  หากเป็นการบอกกล่าวในวงการที่เป็นสากลที่มีมากมายหลายภาษา  ก็ต้องมาตกลงกันดูว่าจะใช้ภาษาอะไรในการพูดจาระหว่างกัน  ซึ่งคราวนี้จะมีการถกเถียงกันมากกว่าเรื่องแรก ใครเก่งภาษาใดก็เชียร์ให้ใช้ภาษานั้น  บางครั้งเลยกลายเป็นใครพวกมากกว่าก็ถือว่าให้ใช้ภาษาของพวกนั้น 

ถ้าไม่มีการตกลงกันไว้ก่อนในเรื่องภาษาที่จะใช้บอกกล่าวกันแล้วคงไม่แตกต่างไปจากการดูภาพยนตร์ที่พูดภาษาต่างชาติ  โดยไม่มีคำบรรยายภาษาไทย  ดูไปก็ต้องเดากันไปว่าพระเอกจะทำอะไร ผู้ร้ายจะตอบโต้อย่างไร  แต่ถ้าตกลงกันในเรื่องภาษากลางที่จะใช้ระหว่างกันไม่ได้ ก็ต้องหันไปใช้คนกลางมาทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจ

ตกลงกันในเรื่องของสื่อกลางและภาษาที่จะใช้ได้แล้วก็ตามมาด้วยการตกลงกันว่า  สาระที่จะบอกกล่าวกันนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด  อยู่ในประเด็นใด บางครั้งอาจเคยเห็นผู้คนพูดจาภาษาเดียวกัน  แต่บอกกล่าวกันไม่รู้เรื่อง  คนบอกต้องการที่จะให้เกิดความเข้าใจในเรื่องหนึ่งแต่คนฟังกลับเข้าใจไปเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  ทั้งนี้เนื่องมาจากการที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ตกลงกันให้ชัดเจนเสียก่อนว่ากำลังจะบอกกล่าวเรื่องใด  ภายใต้บริบทใด  เจาะจงในประเด็นใดเป็นพิเศษ ซึ่งหากมีการตีกรอบกันให้ชัด ๆ มากเท่าใด โอกาสที่จะบอกกล่าวกันให้รู้เรื่องเข้าใจตรงกันก็มีมากขึ้น

 

งานวิจัยงานหนึ่งได้บอกไว้ว่า  การบอกกล่าวความรู้ใด ๆ ระหว่างกันนั้นหากมีความบกพร่องสี่ประการเกิดขึ้นในระหว่างที่จะบอกกล่าวกันแล้ว  ท่านว่าความรู้นั้นมิอาจจะส่งผ่านจากผู้ส่งไปถึงผู้รับได้

เริ่มจากความบกพร่องในการกำหนดจังหวะ เวลา และสถานที่  ถ้าไปตกลงกันว่าจะบอกกล่าวเรื่องการคำนวณต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการที่น้ำมันแพง  และความวุ่นวายไม่รู้จบของการเมืองในสภา นอกสภา  กันตอนหลังการจัดเลี้ยงอาหารเที่ยงมื้อใหญ่  มีหวังที่จะไม่ได้เรื่องเพราะกลายเป็นฟังไปหลับไปเสียเป็นส่วนใหญ่  ถ้าไปบอกกล่าวเรื่องยาก ๆ ในเวลาที่ผู้คนไม่มีความพร้อม บอกกล่าวอย่างเก่งกาจและชัดเจนเพียงใด

โอกาสที่จะไม่เข้าใจก็มีอยู่มาก การเลือกเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมจะช่วยให้การบอกกล่าวความรู้ต่าง ๆ เป็นไปอย่างได้ผลมากขึ้น

 ถ้าพฤติกรรมของผู้บอกกล่าวความรู้มีความบกพร่อง  ความรู้ก็ไปไม่ถึงผู้รับเช่นเดียวกัน  ถ้าไปกำหนดให้คนที่ชอบพูดคำหนึ่งด่าคำหนึ่งผสมกันไปมาเป็นประจำ  ไปบอกกล่าวเรื่องกริยามารยาทในการพูดคุยในหมู่ผู้บริหาร  บอกอย่างไรความรู้ในเรื่องมารยาทก็ไม่เกิดขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้ที่กำลังบอกความรู้มีความบกพร่องในความรู้เรื่องนั้น

 

ถ้ากำหนดให้คนที่ละเมิดกติกามาตลอดชีวิตการทำงาน  ไปบอกความรู้เรื่องการปฏิบัติตนตามกติกาเพื่อการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กร  บอกไปแล้วแทนที่จะได้สมาชิกที่ดีเพิ่มขึ้น  กลับกลายเป็นเพิ่มจำนวนสมาชิกในชมรมนิยมละเมิดกติกามากขึ้นอีกหลายเท่าตัว  ดังนั้นจะกำหนดให้ใครบอกกล่าวสิ่งที่เป็นความรู้ในเรื่องใด ขอให้พิจารณาดูให้ดีว่าคน ๆ นั้นบกพร่องในความรู้เรื่องนั้นหรือไม่  ขอให้ระวังจะกลายเป็นแม่ปูที่มาสอนให้ลูกปูเดินตรง ๆ 

 

ในขณะเดียวกัน  ความบกพร่องในทัศนะคติของฝ่ายที่เป็นผู้รับความรู้ก็มีผลต่อประสิทธิผลในการบอกกล่าวความรู้เช่นเดียวกัน  ถ้ามีทัศนะคติต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่คงเส้นคงวา  ความรู้ที่บอกกล่าวกันไปภายใต้ทัศนะคติหนึ่ง  เป็นที่ยอมรับเป็นที่เข้าใจกันได้  แต่พอทัศนะคติเปลี่ยนไป  ก็ปิดใจไม่ยอมรับความรู้นั้นกันเสียอีก  บอกความรู้เกี่ยวกับการค้าขายในตลาดที่มีการแข่งขันโดยเสรี  ก็กลับมีทัศนะคติว่าเป็นเรื่องของทุนนิยมข้ามชาติ  ไม่ควรใส่ใจกับความรู้นั้น 

 

ความบกพร่องในความสัมพันธ์ระหว่างผู้บอกความรู้กับผู้รับความรู้  เป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้การบอกกล่าวความรู้ไม่ได้ผล  ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ชอบหน้ากันแล้ว  จะบอกความรู้อะไรมา  ก็ไม่ยอมรับยอมฟังทั้งสิ้น  หรือถ้ารับฟังมาแล้วก็จะหาทางตีความไปทางที่เสียหาย  เมื่อไม่ถูกกันแล้ว  บอกอะไรมาก็คิดไปเป็นคำด่าทอติเตียนได้เสียทั้งหมด  เรื่องนี้เห็นได้ชัด ๆ จากบ้านเมืองที่ผู้คนตั้งหน้าตั้งตาไม่ชอบหน้ากัน  เราจะเห็นกันว่าบ้านเมืองนั้นมักเจริญเติบโตตามยถากรรม  จะร่ำรวยขึ้นมาก็เพราะคนอื่นทำให้และไม่ยั่งยืน  โอกาสที่จะโตแบบก้าวกระโดดแทบไม่ มี เพราะความรู้ที่มีอยู่เอามาแบ่งปันกันใช้ไม่ได้ ไม่ชอบหน้ากันจนกระทั่งยอมโง่ดีกว่าจะขอความรู้จากฝ่ายที่ตนไม่ชอบหน้า

 

นักปราชญ์ด้านการจัดการความรู้แนะนำสารพัดวิธีการในการแบ่งบันความรู้  แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีที่ดีวิเศษเพียงใด  ความรู้ก็ไม่กระจายไปไหน  หากอยู่ในกลุ่มผู้คนที่อุดมความบกพร่องตามที่กล่าวมา  คนกลุ่มนี้แทนที่จะแบ่งปันความรู้  พวกเขากลับสนุกอยู่กับการกระจายความทุกข์ให้กันและกัน  จนกระทั่งวาระสุดท้ายมาถึงก็ยังไม่รู้ตัว


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: