สวัสดีเสมอ


เศรษฐศาสตร์จานร้อน:ราคาน้ำมัน 16 มิ.ย. 2551
สิงหาคม 14, 2008, 11:26 pm
Filed under: Uncategorized

ทัศนะวิจารณ์

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
16 มิถุนายน พ.ศ. 2551 07:00:00
เศรษฐศาสตร์จานร้อน:ราคาน้ำมัน

 

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมอร์ริล ลินช์ พันธมิตรของภัทรปรับการคาดการณ์ราคาน้ำมันขึ้นไปอีก 15-25% ดังนี้

 

ราคาน้ำมัน (ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)

ปี คาดการณ์ใหม่ คาดการณ์เดิม

2008 115 102

2009 107 90

2010 100 85

2011 และปีต่อไป 90 70

หลายคนอาจติว่านักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์ราคาน้ำมันหลายครั้งแล้ว แต่ก็เหมือนกับการปรับราคาตามราคาตลาดที่ปรับเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ความน่าเชื่อถือของนักวิเคราะห์ที่ควรจะมีความเชี่ยวชาญด้านราคาน้ำมันถดถอยลงไปมาก เพราะเคยบอกว่าราคาไม่ควรเกิน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อมาก็บอกว่าไม่เกิน 100 ดอลลาร์ และเมื่อปรับขึ้นมาเป็น 130 ดอลลาร์ ก็ปรับขึ้นมาเฉลี่ยที่ 115 ดอลลาร์ ในปี 2008 นี้ แปลว่า ราคาน้ำมันจะต้องมีแนวโน้มลดลงในครึ่งหลังของปีนี้ และจะลดลงต่อไปอีกจนเหลือ “เพียง” 90 ดอลลาร์ ในอีก 2 ปีข้างหน้า ทั้งๆ ที่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันมีแต่จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะลดลงมาโดยตลอด

ต้องยอมรับว่าผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันคงจะเสียหน้าไปหลายคน ซึ่งผมเองก็ไม่เคยเชื่อว่าน้ำมันจะราคาสูงถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะหากดูจากปัจจัยพื้นฐานก็จะพบว่าราคาน่าจะอยู่ที่ 70 ดอลลาร์มากกว่า ทั้งนี้ เพราะผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าน้ำมันที่ขุดจากบ่อน้ำมันปัจจุบันที่เข้าถึงได้ง่ายนั้น มีต้นทุนเพียง 4-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหากต้องเปิดหลุมน้ำมันเก่าหรือหาหลุมน้ำมันใหม่ๆ ที่เข้าถึงได้ยาก ก็ยังมีปริมาณน้ำมันที่สามารถผลิตออกมาได้อีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ต้นทุนจะสูงขึ้นมาก กล่าวคือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือกว่า 10 เท่าของต้นทุนปกติ แต่หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 130 ดอลลาร์ ก็คงจะไม่เป็นปัญหาอะไร อย่างไรก็ดี การลงทุนแม้จะได้ดำเนินการไปแล้ว 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี ผลผลิตจากแหล่งใหม่จึงจะเข้าสู่ตลาด

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานยังชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถสกัดน้ำมันจากหินประเภทต่างๆ อาทิเช่น tar sands ที่แคนาดา และ shale oil ที่มลรัฐดาโกตาเหนือและดาโกตาใต้ โดยทรัพยากรดังกล่าวมีอยู่เป็นจำนวนมาก จนเกือบจะไม่มีขีดจำกัด แต่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้น หากนักลงทุนเชื่อว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะอยู่ที่ระดับ 90-100 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง การลงทุนเพื่อผลิตน้ำมันจาก tar sands และ shale oil จะต้องเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายใน 5-10 ปีข้างหน้า

อีกด้านหนึ่งคือ การสร้างโรงกลั่นน้ำมันขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของน้ำมันดิบที่ผลิตอยู่ในขณะนี้ กล่าวคือ โรงกลั่นน้ำมันปัจจุบันนั้นเหมาะสมกับการกลั่นน้ำมันคุณภาพดี (light sweet crude) แต่น้ำมันที่ขุดเจาะได้นั้นส่วนใหญ่เป็นน้ำมันคุณภาพต่ำ (heavy crude) ซึ่งหากนำไปกลั่นโดยใช้โรงกลั่นปัจจุบันก็จะได้น้ำมันเตาเป็นจำนวนมาก แต่ได้น้ำมันเบนซินและดีเซลเป็นจำนวนน้อย ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้ในปัจจุบัน

ดังนั้น จึงต้องมีการลงทุนเพื่อสร้างโรงกลั่นใหม่ ที่สามารถกลั่นน้ำมัน heavy crude ให้ได้ผลผลิตที่เป็นเบนซินและดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้นตามความต้องการของตลาด แต่การสร้างโรงกลั่นดังกล่าวต้องใช้เงินหลายพันล้านบาท และต้องใช้เวลาสร้าง 5-6 ปี ดังนั้น การลงทุนจึงจะไม่สามารถเห็นผลได้ในเวลาอันใกล้

แหล่งพลังงานที่สำคัญและมีจำนวนมากในโลกคือ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาดจึงนิยมนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า และเพื่อการหุงต้มและกำลังพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ ดังที่ทำอยู่ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในขณะนี้ พลังงานที่สำคัญอีกประเภท คือพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งคาดการณ์ว่า จะมีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปีละ 20-30 โรง ใน 10 ปีข้างหน้า

จึงสามารถสรุปได้ว่า โลกจะสามารถผลิตพลังงานให้ได้เพียงพอตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ อาทิเช่น จีน และอินเดีย ซึ่งเศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตรา 8-9% ต่อปีและมีประชากรรวมกัน 2,400 ล้านคน ทำให้ความต้องการพลังงานของ 2 ประเทศ และประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ หากประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถขยายตัวได้ปีละ 3% ก็คาดการณ์ได้ว่า ความต้องการใช้น้ำมันน่าจะเพิ่มขึ้นปีละ 4% หรือประมาณ 3-4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ไม่รวมความต้องการพลังงานประเภทอื่นๆ ซึ่งน่าจะขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกัน

หากประเมินปัจจัยทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จึงสรุปว่า หากมองไปในระยะยาวแล้ว ราคาน้ำมันไม่น่าจะสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่ม อาทิเช่น กลุ่ม peak oil ที่เชื่อว่าเมื่อผลิตน้ำมันจนปริมาณน้ำมันของโลกเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง (ซึ่งโลกได้ผ่านจุดดังกล่าวไปแล้ว) ปริมาณการผลิตในอนาคตจะต้องลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น กลุ่ม peak oil จึงเชื่อว่าราคาน้ำมันจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นเป็น 200, 300, 400 หรือ 500 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ใครจะเป็นฝ่ายที่คาดการณ์ได้ถูกต้อง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นาย Tony Hayward ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ BP ได้ตกลงพนันกับศาสตราจารย์ Kjell Aleklett แห่งมหาวิทยาลัย Uppsala ของสวีเดน โดยนาย Hayward เชื่อว่าปริมาณการผลิตน้ำมันในโลกจะสูงกว่า 85.5 ล้านบาร์เรลในปี 2018 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า

โดยศาสตราจารย์ Aleklett เชื่อว่าปริมาณการผลิตน้ำมันในโลกจะต่ำกว่า 85.5 ล้านบาร์เรลอย่างมาก เพราะปริมาณดังกล่าวเป็นปริมาณการผลิตในปี 2008 นี้ และน้ำมันในโลกจะหมดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถรักษาระดับการผลิตที่ 85.5 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ในอนาคต ทั้งนี้ ผู้ที่แพ้การพนันจะต้องจ่ายเงินให้กับอีกฝ่ายหนึ่งเท่ากับราคาน้ำมัน 1 บาร์เรล

สำหรับผมนั้นอยู่ฝั่งของนาย Hayward ครับ

Advertisements

ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: