สวัสดีเสมอ


น้ำมันต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ภายในพฤศจิกายน? 11 ส.ค. 2551
สิงหาคม 14, 2008, 11:40 pm
Filed under: Uncategorized

ทัศนะวิจารณ์

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 00:56:00
น้ำมันต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ภายในพฤศจิกายน?

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่ากลัวใกล้ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้หลายคนออกมาคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้กลัวว่า จะเห็นน้ำมันดิบราคา 200, 300 หรือแม้กระทั่ง 500 ดอลลาร์ แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลงมาที่ 125 ดอลลาร์ ก็เริ่มมีการพูดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ผมนั้นอยู่ในค่ายที่เชื่อว่า ราคาน้ำมันจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และเมอร์ริล ลินช์ เชื่อว่าราคาน้ำมันน่าจะทรงตัวอยู่ที่ 90-100 ดอลลาร์ ในระยะยาว ครั้งนี้ผมขอนำเอาบทสัมภาษณ์นาย Edward Morse หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์พลังงานของ Lehman Brothers ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Foreign Policy ของ Carnegie Endowment for International Peace มาสรุปให้อ่านกัน ทั้งนี้ นาย Morse กล่าวว่า เขาจะไม่แปลกใจเลย หากราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้

นาย Morse ยอมรับว่า ตลาดน้ำมันและโภคภัณฑ์อื่นๆ ตึงตัวอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเพราะเมื่อ 10 ปีก่อนหน้าการลงทุนเพื่อพัฒนาอุปทานของอุตสาหกรรมนี้ อยู่ที่ระดับต่ำกว่าปกติมาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนของน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ หรือสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เมื่ออุปสงค์ขยายตัวขึ้นมาใกล้เคียงกับอุปทาน ก็ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการตอบสนองด้านอุปทานนั้นส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มกำลังการผลิตของโอเปค และการเร่งการลงทุนในการสร้างโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งกำลังจะทำให้สถานการณ์ในส่วนของน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับตัวดีขึ้น ในขณะเดียวกัน การปรับตัวด้านอุปสงค์กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมาก กำลังทำให้ความต้องการน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลจากปัจจัยทั้ง 3 ปัจจัย คือ ตลาดน้ำมันกำลังคลายตัวอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2002

นาย Morse เชื่ออีกว่าในปีที่แล้ว และปีนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 30-40 ปี ที่โอเปคเพิ่มการผลิตอย่างต่อเนื่อง แต่การเพิ่มของอุปทานน้ำมันนั้นมิได้เป็นเรื่องที่ทราบกันโดยทั่วไป จึงเป็นการเพิ่มของอุปทานแบบไม่โปร่งใส ในส่วนของอุปสงค์ก็เกิดความเปลี่ยนแปลง คือ ความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากประเทศกำลังพัฒนา (เดิมทีส่วนเพิ่มของอุปสงค์จะมาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว) ซึ่งขาดความโปร่งใสเช่นกัน ตลาดที่ขาดข้อมูลที่ถ่องแท้และครบถ้วน จึงเป็นตลาดที่ตื่นตระหนกได้ง่าย และได้มีการตั้งสมมุติฐานว่าอุปสงค์จากประเทศกำลังพัฒนาจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ในขณะเดียวกัน ตลาดจะเห็นว่าการผลิตจากเม็กซิโก ทะเลเหนือและอลาสก้าลดลง แต่มักไม่มีข้อมูลว่ากลุ่มโอเปคได้เพิ่มการผลิต เพื่อทดแทนการผลิตที่ลดลงดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด

ในช่วง 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งราคาน้ำมันปรับลดลงมาจาก 140 ดอลลาร์ เป็น 120 ดอลลาร์นั้น เป็นการตอบสนองของตลาดต่อตัวเลขสต็อกน้ำมันที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด และภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าราคาที่สูงเช่นปัจจุบันนั้นกำลังทำลายอุปสงค์ (demand demolition) นอกจากนั้น ก็ยังมีคนเชื่อว่าความต้องการน้ำมันของจีนหลังกีฬาโอลิมปิกจะไม่กระเตื้องขึ้นเหมือนกับการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งส่วนหนึ่ง (ที่อาจเป็นส่วนสำคัญ) เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มการสต็อกน้ำมันของจีน เพื่อใช้ในช่วงก่อนและระหว่างกีฬาโอลิมปิก ดังนั้น เมื่อโอลิมปิกจบลงความต้องการน้ำมันของจีน จึงอาจอ่อนตัวลงอย่างมากก็เป็นได้

ดังนั้น นาย Morse จึงจะไม่แปลกใจหากราคาน้ำมันปรับตัวลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายในต้นพฤศจิกายน แต่เขาคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะลดลงเป็นตัวเลข 2 หลักภายในต้นปีหน้าอย่างแน่นอน ทั้งนี้ จะมีอยู่ 2 ปัจจัยที่จะทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างมาก คือ

1. ความเสี่ยงที่จะเกิดพายุในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งทำความเสียหายให้กับการผลิตและการกลั่นน้ำมัน

2. ความขัดแย้ง สงคราม และ/หรือการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นได้เสมอในอิหร่าน อิรัก ซาอุดีอาระเบีย และไนจีเรีย ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก

สิ่งที่เป็นภัยอันตรายด้านอุปทานที่มีนัยสำคัญที่สุด คือ การที่อิหร่านอาจถูกอิสราเอลโจมตี เพราะไม่ยินยอมที่จะยกเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะนี้ อิหร่านมีจรวดที่ใช้ยิงหัวระเบิดนิวเคลียร์แล้ว แต่อิสราเอลและสหรัฐยังเชื่อว่าอิหร่านยังขาดความสามารถในการผลิตหัวรบดังกล่าว แต่เมื่อใดที่อิสราเอลเชื่อว่าอิหร่านมีศักยภาพ อิสราเอลได้ยืนยันโดยเสมอมาว่าจะจัดการกับอิหร่านในทันที หากอิหร่านถูกโจมตีก็ได้เคยข่มขู่บ่อยครั้งว่าจะระเบิดช่องแคบฮอรมูซ์ ซึ่งแคบเพียง 32 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถลำเลียงน้ำมันจากตะวันออกกลางออกมาสู่ตลาดโลก แต่นาย Morse เชื่อว่า การปิดช่องแคบดังกล่าวคงจะทำได้ไม่นาน เพราะกองทัพเรือของสหรัฐได้เตรียมพร้อมอยู่ที่ช่องแคบฮอรมูซ์อยู่แล้ว แต่หากเขาคาดการณ์ผิดก็จะไม่มีทางอื่นใดที่จะนำน้ำมันวันละ 17 ล้านบาร์เรลออกมาสู่ตลาดโลก (ปัจจุบันโลกใช้น้ำมันวันละ 86 ล้านบาร์เรล) หมายถึง ปริมาณน้ำมันจะหายไปเกือบ 20% ในทันที ซึ่งในกรณีดังกล่าวน้ำมันราคา 300-500 ดอลลาร์ ก็คงจะได้เห็นครับ

ในขณะเดียวกัน นาย Morse ชี้ให้เห็นว่าการผลิตน้ำมันในอิรักได้เพิ่มขึ้นเกือบ 500,000 บาร์เรลต่อวันในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และเขายังเชื่อว่าอิรักจะเพิ่มการผลิตเพิ่มได้อีก 400,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งการเพิ่มการผลิตดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตลาดมักจะมองข้ามไป ดังนั้น นาย Morse จึงเชื่อว่าราคาน้ำมันจะปรับลงมาที่ 95-99 ดอลลาร์ ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า แต่หากจะมองต่อไปอีกในระยะยาว นาย Morse ก็ตอกย้ำว่าโลกจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนาพลังงานทางเลือกต่างๆ อย่างเต็มที่ การที่ราคาน้ำมันปรับลดลงไม่ควรทำให้รัฐบาลต่างๆ นิ่งนอนใจ และปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: