สวัสดีเสมอ


ความฝันของอัศวินชรา By thongchai
มิถุนายน 9, 2008, 11:55 pm
Filed under: Uncategorized

Man of La Mancha from Wikipia  “ความฝันของอัศวินชรา” By thongchai


สำหรับท่านผู้อ่านที่ได้อ่านคอลัมน์ที่ผมได้เขียนไปเมื่อครั้งก่อนๆ หัวข้อวันนี้ก็แปลกเหมือนเคยครับ เรามาเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน  ผมเชื่อว่าในช่วงชีวิตเด็กถึงวัยรุ่นของทุกๆ คน ที่เรายังเป็นเหมือนกับกระดาษสีขาวที่ยังสามารถที่จะรับและซึมซับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต
เราจะได้รับอิทธิพลจากหนังสือ, บทเพลง หรือภาพยนตร์ หรือบางครั้งละครเวทีที่เราได้เสพเข้าไป แล้วเกิดความประทับใจ ทำให้แนวคิดเหล่านั้นกลายมาเป็นอุดมคติในชีวิตของเรา  สำหรับตัวผมถ้าให้นึกย้อนไป คงจะมีหนังสือสองสามเล่ม กับภาพยนตร์ไม่กี่เรื่อง และก็ละครเวทีอีกสองเรื่องที่ถ้าใครมาถามว่าอุดมคติในชีวิตของผมได้มาจากอะไรที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นสิ่งดีๆ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้
บังเอิญว่าอีกไม่กี่วัน จะมีละครเวทีที่ผมประทับใจที่สุด หนึ่งในสองเรื่องนั้น ที่ผมได้มีโอกาสชมเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กำลังจะกลับมาเล่นใหม่ที่โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย ภายใต้การผลิตใหม่ของทีมงานเดิม (คณะละครของคุณยุทธนา มุกดาสนิท) ละครเรื่องนี้ชื่อ สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ Man of La Mancha ซึ่งเนื้อเรื่องเป็นเรื่องที่เล่าถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ของชายชราชื่อ ดอน กิโฮเต้
ผู้ซึ่งถึงแม้ในสายตาของผู้คนรอบข้างมองเห็นว่า เขาก็แค่คนแก่ที่หลงลืม เพ้อฝัน แต่สำหรับดอน กิโฮเต้เอง เขาเลือกที่จะอยู่ในโลกอุดมคติ ในความฝัน ที่เขาเป็นอัศวินผู้แกร่งกล้า และรักษาความยุติธรรมให้กับผู้ที่อ่อนแอกว่า ดอน กิโฮเต้ เชื่อว่า การมองโลกอย่างที่มันเป็นคือบาปอันร้ายกาจ  ผมประทับใจที่สุดในตอนเกือบสุดท้ายของเรื่อง ตัวละครเอกในเรื่องกล่าวขึ้นมาว่า

 “…ผมอยู่มาเกือบห้าสิบปี ได้เห็นชีวิตอย่างที่มันเป็น เห็นความเจ็บปวดทุกข์ยาก หิวโหย เป็นความโหดร้ายเกินกว่าจะทำใจให้เชื่อ ผมได้ยินเสียงคนเมาร้องเพลงเอะอะในร้านเหล้า ได้ยินเสียงครวญครางดังมาจากกองขยะข้างถนน ผมเคยเป็นทหารและได้เห็นเพื่อนๆ ล้มลงในสนามรบ…หรือไม่ก็ค่อยๆ ตายทีละน้อยอย่างทรมาน เคยโอบพวกเขาไว้ในอ้อมแขนเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง คนเหล่านี้ล้วนมองชีวิตอย่างที่มันเป็น กระนั้นก็ยังตายอย่างสิ้นหวัง ไม่เคยรู้จักความรุ่งโรจน์ ไม่เคยเอ่ยคำอำลาโลกอย่างกล้าหาญ มีแต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เฝ้าสะอึกสะอื้นถามว่า “ทำไม” เขาคงไม่ได้ถามว่าทำไมเขาต้องตาย หากปรารถนาจะถามว่า ทำไมจึงต้องมีชีวิตอยู่ด้วยเล่า ในเมื่อชีวิตนั้นเองคือความบ้า ใครจะบอกได้ว่าความวิกลจริตมันอยู่ตรงไหน บางทีการพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เป็นอยู่นั่นแหละคือความบ้า การยอมล้มเลิกความใฝ่ฝันสิอาจเป็นความบ้า การไขว่คว้าหาดวงแก้วในที่ซึ่งมีแต่สิ่งปฏิกูล การพยายามเหนี่ยวรั้งสติสัมปชัญญะไว้ในโลกของเหตุผลนั่นแหละคือความวิกลจริต และที่สุดของความบ้าทั้งปวง คือการมองชีวิตอย่างที่มันเป็น แทนการมองชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น”

ละครเรื่องนี้มีเพลงเอกที่ชื่อว่า The Impossible Dream ซึ่งในตอนจบของเรื่อง เนื้อเพลงนั้นทำให้คนดูทุกคนน้ำตาคลอ และเดินออกจากโรงละครไปด้วยจิตใจฮึกเหิม อย่างที่จะกลับไปสำรวจชีวิตและความฝันของตัวเองว่า เรากลายเป็นคนแบบไหน  คนที่มองชีวิตอย่างที่มันเป็น หรือมองชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็นกันแน่ ลองอ่านเนื้อเพลงดูครับ

 To dream the impossible dream
 To fight the unbeatable foe
 To bear with unbearable sorrow
 To run where the brave dare not go
 To right the unrightable wrong

 To love pure and chaste from afar

 To try when your arms are too weary

 To reach the unreachable star
 This is my quest

 To follow that star

 No matter how hopeless

 No matter how far
 To fight for the rightWithout question or pause

 To be willing to march into Hell

 For a heavenly cause
 And I know if I’ll only be true

 To this glorious quest

 That my heart will lie peaceful and calm

 When I’m laid to my rest
 And the world will be better for this

 That one man, scorned and covered with scars

 Still strove with his last ounce of courage

To reach the unreachable star

วันนี้ คุณเคยถามตัวเองหรือเปล่าว่า เมื่อสิบปีที่แล้ว คุณเคยฝันอะไรกับชีวิตตัวเอง แล้ววันนี้คุณอยู่ตรงไหนของฝันนั้น

วันนี้ คุณถามตัวเองหรือไม่ว่า ทำไมเวลาคุณเจออุปสรรคในชีวิต ทำให้คุณไปไม่ถึงความฝันของคุณ คุณเลือกที่จะเดินหนี แทนที่จะต่อสู้

วันนี้ คุณถามตัวเองมั้ยว่า ความฝันของคุณเป็นความฝันที่ช่วยทำให้โลกนี้น่าอยู่ ทำให้คนรอบข้างมีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

วันนี้ ถ้าไม่ใช่ละครเรื่องนี้กำลังจะกลับมาเล่น บางทีผมคงจะลืมตั้งคำถามข้างบนนี้กับตัวเองไปแล้ว !

Excerpted from:

วันที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2551
23:50:34 น.
 

 

ธงชัย บุศราพันธ์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ ในปี 2549 รวมทั้งเป็นอาจารย์พิเศษให้กับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกด้วย

 
 

 

 
 
วันที่สร้าง : 15-05-2008 13:49:50

 

 

 

 

 

Advertisements

ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: