สวัสดีเสมอ


บันทึกความสำเร็จ อย่างก้าวกระโดดของ ‘นานมีบุ๊คส์’
ธันวาคม 17, 2007, 10:12 pm
Filed under: Uncategorized

อวสาน ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ กับอนาคตของ ‘นานมี บุ๊คส์’
17 ธันวาคม พ.ศ. 2550 05:00:00

nanmeebookt1

ถึงเวลาปิดฉากตำนานพ่อมดน้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับภาษาไทย กับปาฏิหาริย์ที่สร้างไว้ให้กับ ‘นานมีบุ๊คส์’ จนโด่งดังในชั่วข้ามปี มาสู่คำถามเกี่ยวกับอนาคตของนานมีเมื่อไร้พ่อมดน้อยจะเป็นอย่างไร ‘คิม จงสถิตย์วัฒนา’ ทายาทรุ่น 2 พร้อมไขข้อข้องใจ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นับตั้งแต่เที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ฉากอวสานตำนานพ่อมดน้อย ในชื่อภาษาไทยว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต” จะเริ่มทยอยส่งถึงมือนักอ่านแฟนพันธุ์แท้ทั้งหลายที่สั่งจองไว้เกือบสองแสนคน ซึ่งเมื่อนับรวมกันทั้ง 7 เล่มแล้ว ต้องนับว่านี่คือปาฏิหาริย์แห่ง นานมีบุ๊คส์ อย่างแท้จริง เพราะจากเพียงหนังสือวรรณกรรมสำหรับเยาวชนหนึ่งชุด (7 เล่ม) นั้น ณ วันนี้ มียอดขายถึงมือมิตรรักนักอ่านทะลุหลักล้านเล่มไปแล้ว นับว่าเป็นตัวเลขที่มากกว่ายอดขายพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเสียอีก

คิม จงสถิตย์วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และเจเนอเรชั่นที่ 2 แห่งบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด เผยถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา ว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้นานมีบุ๊คส์โตมาได้ขนาดนี้ ต้องยกให้พ่อมดน้อย “แฮร์รี่” รับความดีความชอบไปเต็มๆ

คิมเล่าว่า เมื่อครั้งที่คุณแม่ (สุวดี จงสถิตย์วัฒนา) ตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์หนังสือเล่มนี้มานั้น ก็ไม่ได้หมายมั่นว่าจะต้องทำเงินได้มากขนาดนี้ เพราะข้อมูลที่มีอยู่ก็เพียงรู้ว่าหนังสือเล่มดังกล่าวดังมากในอังกฤษ โดยขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือที่ทำให้เด็กๆ อังกฤษหันมาอ่านหนังสือมากขึ้น และเมื่อนำมาพิมพ์ฉบับภาษาไทย ก็พร้อมๆ กับปรากฏการณ์พ่อมดน้อยโด่งดังขึ้นชนิดเป็นกระแสระดับโลก จึงกลับมาช่วยให้ยอดขายเล่มแรกเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นหนังสือที่สร้างรายได้ให้กับนานมี บุ๊คส์ อย่างมาก นับตั้งแต่การที่นานมี สามารถสร้างตึกใหม่ของตัวเองได้ในซอยสุขุมวิท 31 และออกนิตยสารและหนังสือประเภทเอากล่องไม่เน้นเอาเงินได้อย่างวันนี้ ก็เพราะเงินที่ได้จากแฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารเล่มโปรด และ นิตยสารโกจีเนียส ต่างก็เป็นนิตยสารที่ยังเตาะแตะในเชิงธุรกิจ เพราะเป็นหนังสือเชิงวิชาการซึ่งต้องซื้อคอนเทนท์จากต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้ต้นทุนค่อนข้างสูง ขณะที่ยอดขายก็ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ยังทำต่อเพราะเป็นหนังสือที่ดี ให้ความรู้แก่เยาวชน

แม้ความสำเร็จของแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยมาก่อน แต่หากนำไปเทียบกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆ ในละแวกเอเชียด้วยกันแล้ว ต้องเรียกว่านักอ่านไทยยังเป็นก้อนที่เล็กมาก

“ยอดขายของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ถึงจะเข้าขั้นประวัติการณ์ในไทย แต่ถ้าเทียบกับญี่ปุ่น เรายังน้อยกว่าถึง 10 เท่า ขณะที่น้อยกว่ายอดขายในเกาหลี 7 เท่า และน้อยกว่ายอดขายในไต้หวันถึง 4 เท่า” คิมกล่าว

พร้อมกับกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าหลังจากปรากฏการณ์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ลดสปีดลงแล้วนั้น ภาพของนานมี บุ๊คส์ ในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น คิมเชื่อว่า อย่างไรเสียหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะต้องยังคงอยู่บนหิ้งหนังสือในร้านต่างๆ ต่อไป ในฐานะของวรรณกรรมคลาสสิก เทียบชั้นกับหนังสือชุด “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ซึ่งปัจจุบันยังคงขายได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะผ่านมาหลายสิบปี ไม่ใช่แค่วรรณกรรมกระแสที่พอจบแล้วก็จบไป

ขณะเดียวกัน ก็ได้มีความพยายามที่จะส่งวรรณกรรมเยาวชนเรื่องอื่นๆ เข้ามาทำตลาดแทนที่ด้วย โดยคิมเผยว่า มีอยู่ 2 ชุดด้วยกันที่นานมีตั้งความหวังไว้ว่าจะมาแทนแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้

เรื่องแรก คือ หนังสือชุด “เซ็ปติมัส ฮีป ปาฏิหาริย์หมายเลข 7” ซึ่งมีทั้งหมด 7 เล่ม และวางแผงไปแล้วจำนวน 3 เล่ม ซึ่งคิมบอกว่ายอดขายก็ไปได้ดีพอสมควร อย่างเล่มแรกขายเฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือ 3 วัน ขายได้ทั้งหมดกว่า 5,000 เล่ม  

ขณะที่เรื่องที่สอง ได้แก่ หนังสือชุด “ธุลีปริศนา” มี 3 เล่มจบ ลักษณะคล้ายกับเดอะลอร์ด ออฟ เดอะริงส์ โดยเป็นวรรณกรรมที่จับกลุ่มคนอายุสูงขึ้นมาจากเซ็ปติมัสฮีป ด้วยเนื้อหาที่ลึกลับซับซ้อนมากกว่า โดยหนังสือทั้งสองชุดนี้ คิมบอกว่า มีการนำไปทำเป็นภาพยนตร์เช่นเดียวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ (ฉบับที่ทำเป็นภาพยนตร์ของธุลีปริศนา ใช้ชื่อว่า Golden Compass)

สำหรับสูตรการบริหารการขายและทำการตลาดให้กับหนังสือในเครือนั้น คิมบอกว่า นานมี บุ๊คส์ ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดมาก โดยเป็นสำนักพิมพ์แรกๆ ของไทย ที่จัดงานเปิดตัวหนังสืออย่างจริงจัง

พร้อมกับยกตัวอย่าง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ว่าที่ดังในไทยได้ขนาดนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะดังจากกระแสโลกเพียงอย่างเดียว โดยตั้งแต่เล่มแรก ก็มีการทำรีลอนช์หนังสือก่อนด้วยการทำเป็นมินิบุ๊ค ให้เด็กๆ เอาไปทดลองอ่านก่อน เพื่อเรียกน้ำย่อย อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างเป็นคอมมูนิตี้ให้กับนักอ่านแฟนๆ ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ อีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับเวบไซต์ มักเกิ้ลไทยดอทคอม ชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของคนรักแฮร์รี่ พอตเตอร์ (มีคนเข้าเยี่ยมชมเดือนละประมาณ 60,000-90,000 คน และมีเพจวิวที่เดือนละประมาณ 1,800,000 หน้า) เพื่อร่วมทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเชิญมาร่วมทำโฟกัสกรุ๊ป สำหรับการวางแผนการตลาดให้กับแฮร์รี่ พอตเตอร์แต่ละเล่ม ซึ่งหลังจากนี้ต่อไป คิมบอกว่า จะใช้ช่องทางนี้ในการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับแฟนๆ เหล่านี้ ให้ยังคงจับจ่ายซื้อหนังสือของนานมี บุ๊คส์ต่อไปอีกด้วย

ทั้งนี้ คิมคาดการณ์ว่า ยอดขายของนานมี บุ๊คส์ ในปีนี้ น่าจะทำรายได้ 500 ล้านบาท (ไม่รวมแฮร์รี่ พอตเตอร์) จากหนังสือทั้งหมดกว่า 300 ปก ขณะที่ยอดขายปีที่แล้วอยู่ที่ 300 ล้านบาทเศษ

ปัจจุบัน นานมี บุ๊คส์ ประกอบด้วยหนังสือทั้งหมด 7 หมวด จาก 8 สำนักพิมพ์ โดยเรียงตามยอดขายจากมากไปน้อย ได้แก่ หมวดการ์ตูนความรู้ วรรณกรรมเยาวชน ความรู้สำหรับเยาวชน นวนิยายระดับโลกสำหรับผู้ใหญ่ สารคดีน่ารู้ นิทานแสนสนุก และภาษาสำหรับเยาวชน


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: