สวัสดีเสมอ


Growing S&P Syndicate 2007-2008
พฤศจิกายน 12, 2007, 11:16 am
Filed under: Uncategorized

พลิกตำรา”หาคู่” เส้นทางโตลัด S&P

12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 13:00:00

มีคู่คิดย่อมดีกว่าเดินคนเดียว เป็นหนึ่งในกลยุทธ์โตทางลัด จึงทำให้ “เอสแอนด์พี” พยายามมองหาพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจให้โตเร็วและวิน-วินด้วยกันจากการลดต้นทุน กระจายความเสี่ยง ที่สำคัญได้ใช้ศักยภาพของตัวเองได้เต็มที่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

“เราเดินไปด้วยกัน ไม่มีใครเดินนำหน้าหรือเดินตาม”

ประเวศวุฒิ ไรวา ประธาน บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บอกถึงวิธีการทำธุรกิจของบริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรรายล่าสุดในการขยายธุรกิจเคเทอริ่ง

ทั้งนี้บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ จำกัด เป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท เอสแอนด์พี จำกัด และบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ แคร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือซีพีเอส ในสัดส่วนเท่ากัน 50 : 50 โดยให้บริการโภชนาการเฉพาะทางแก่ลูกค้า ในช่องทางโรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม และสถานศึกษา ภายใต้แบรนด์ฟู้ดเฮ้าส์

เขาระบุว่า ปีนี้ฟู้ดเฮ้าส์จะทำให้เอสแอนด์พีมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% เพราะวิธีการ “เดินไปด้วยกัน” นั้น ได้ใช้ศักยภาพของทั้งสองฝ่ายได้เต็มที่

ดังนั้นฟู้ดเฮ้าส์ ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจล่าสุดของพีซีเอส จะได้ฐานลูกค้าที่พีซีเอสเป็นผู้ดูแลอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้วกว่า 5 พันรายทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ในบริการเคเทอริ่งที่ครบวงจร นอกเหนือจากการให้บริการในด้านดูแลอาคาร, รักษาความปลอดภัย, ตรวจนับสินค้า, ทำความสะอาด,ดูแลสวน และกำจัดแมลง

ปัจจุบันฟู้ดเฮ้าส์มีลูกค้าแล้ว 5 ราย มีเป้าหมายในการได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 6 ราย โดยรายได้ในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 45 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 84 ล้านบาทในปี 2552 และ 124 ล้านบาท ในปี 2553

ส่วนเอสแอนด์พีนั้นได้ทำหน้าที่หลักในการผลิต คิดค้น พัฒนา อาหารและเครื่องดื่ม เพื่อให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มแต่ละแห่ง ซึ่งประเวศวุฒิบอกว่า เป็นความถนัดของเอสแอนด์พีอยู่แล้ว และยังได้ใช้ศักยภาพในการผลิตมากขึ้นทั้งโรงงานอาหารแช่แข็ง โรงงานเบอเกอรี่ โรงงานซอสเซส เป็นต้น

“เคเทอริ่งในองค์กรต่างๆ ไม่ได้เป็นตลาดที่ว่าง มีคู่แข่งอยู่แล้ว ตรงนี้ถือว่าได้จุดแข็งของพีซีเอสในการเสนอความแตกต่างและครบวงจร ซึ่งการให้บริการเคเทอริ่งที่ทำสัญญากับลูกค้าเป็นปีๆ นั้น เราไม่เคยทำและไม่มีความชำนาญ ดังนั้นการหาพันธมิตรจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญของเอสแอนด์พีที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว”

นอกจากพีซีเอสแล้ว พันธมิตรอย่างวิลเลี่ยม ไฮเนคกี้ เจ้าของไมเนอร์กรุ๊ป ที่ทำหน้าที่ผลิตอาหารให้ร้านอาหารในเครือไมเนอร์ จนลงเอยด้วยการขายหุ้นเอสแอนด์พีให้ไมเนอร์ กรุ๊ป ประมาณ 20% ก่อนหน้านี้ เป็นหนึ่งในการเดินทางของกลยุทธ์เสาะหาพันธมิตร และปัจจุบันสามารถลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ค่อนข้างมากจากการจัดซื้อร่วมกัน และความซ้ำซ้อนในการทำงานบางหน่วยงาน

“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะเลือกคู่หรือหาพันธมิตรแบบไหน รู้แต่ว่าการจับคู่กันนั้น เราต้องได้ใช้ศักยภาพของเราเต็มที่และได้ใช้จุดแข็งของพันธมิตรมาหนุนให้ธุรกิจเติบโต”

ความสำคัญของพันธมิตรนั้น ประเวศวุฒิบอกว่า ยังให้น้ำหนักไปที่การขยายธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศทั้ง 4 แบรนด์ ประกอบด้วย ภัทรา, พาทิโอ, สยามคิทเช่น และบางกอกแจม เนื่องจากพันธมิตรมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่และรู้จักผู้บริโภค จึงลดความเสี่ยงในการลงทุนได้

Advertisements

ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: